• Line ID : @plusclinicbkk | Open Daily : 11:00 - 20:00

ควรปฏิบัติตัวอย่างไร หลังจากการรักษา ด้วย Plus Slim Face & Body ด้วย Meso Lipolysis 

หนุ่มๆสาวๆ ที่เข้ารับการรักษาแล้ว หลายคนมีคำถามว่า หลังจากการรักษาว่าควรทำตัวอย่างไรดี เพื่อไม่ให้ไขมันกลับมาสะสม และ การรักษาด้วยวิธี Meso เป็นอย่างไร วันนี้ ทาง Plus Clinic มีคำตอบมาฝากทุกคน

Meso Lipolysfat แก้มis หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Meso fat (เมโสแฟต) คือ เทคนิกการผลักตัวยาเข้าสู่ชั้นไขมัน เพื่อประโยชน์ในการลดกระชับสัดส่วนให้ได้รูปตามต้องการ การฉีดลดไขมัน หรือที่เรียกกันว่า Meso therapy เป็นวิธีการลดไขมันและลดเซลลูไลต์ที่เกาะแน่นเฉพาะที่ โดยไม่ใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ถือว่ามีความปลอดภัยมาก เพราะเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ สลายออกจากร่างกายได้ดี ดังนั้น จึงหมดห่วงเรื่องของอาการแพ้ ด้วยการที่แพทย์จะใช้เข็มฉีดยา ฉีดส่งยา ซึ่งมีสรรพคุณสลายไขมันที่สะสมในชั้นไขมัน และทำให้เกิดการขัดขวางการสะสมของไขมัน ยังช่วยการกระตุ้นให้ไขมันสะสมถูกปล่อยออกมา เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และระบบต่อมน้ำเหลือง จึงทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบแข็งแรงขึ้น กระชับขึ้น นอกจากนั้น ยังไม่ต้องกังวลว่าไขมันที่โดนสลายจะไหลไป ตามบริเวณข้างเคียง หรือทำให้ผิวหนังแข็งเป็นก้อน เนื่องจาก ไขมันจะแตกตัวจนสลาย ออกเป็นไขมันเหลว แล้วถูกขับออกด้วยการขับถ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะขับออกทางปัสสาวะ(ส่วนมาก)และทางอุจจาระ

ปัญหาไขมันส่วนเกิน จัดเป็นปัญหาด้านความงามของคนวัยตั้งแต่ 20 ปีเป็นต้นไป เพราะการสะสมของไขมัน ในจุดที่ไม่พึงประสงค์ เช่น แก้ม คาง ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง เอว สะโพก ย่อมทำให้ขาดความมั่นใจ ใส่เสื้อผ้าไม่สวยงาม และไม่กล้าที่จะโชว์สรีระต่อหน้าคนอื่นๆในที่สุด วิธีกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยวิธีนี้ แพทย์จะเลือกใช้กลุ่มยาหลายๆตัว ตัว เช่น Phosphatidylcholine, Deoxycholate, L-carnitine, Dexpanthenol (B5), Amino acids, Minerals ฯลฯ โดยปริมาณที่ฉีด ก็แล้วแต่บริเวณที่ต้องการ เช่น อาจจะใช้ 0.2-0.5 ซีซี ห่างกัน ทุก 1-2 ตร.ซม โดยฉีดลึกเข้าไปในชั้นไขมัน ตั้งแต่ 0.1 มม-12 มม. โดยเทคนิค เมโสเธอราพี (Mesotherapy) นั่นเอง

ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาตัวยาให้มีคุณภาพและได้ผลมากขึ้น เร็วขึ้น ไม่มีผลข้างเคียง นอกจาก การฟกช้ำหลังฉีด ซึ่งก็น้อยมาก เพียงไม่นาน รอยช้ำต่างๆ ก็จางหายไปได้เอง โดยสามารถทำการรักษาได้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง หรือ 2 อาทิตย์ ต่อครั้ง

B&A พุง

ตำแหน่งที่นิยมทำการสลายไขมัน  ได้แก่ 

1.ลดไขมันที่แก้มให้หน้าเรียวเล็ก

2.ลดไขมันที่คาง (เหนียง)

3.ลดไขมันที่ต้นขา ต้นแขน

4.ลดไขมันที่พุง หน้าท้อง

5..ลดไขมันที่น่อง

ข้อห้ามในการทำ

1.อายุน้อยกว่า 18 ปี

2.สตรีมีครรภ์  หรือภาวะให้นมบุตร

3.คนไข้โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ

4.คนไข้ที่มีประวัติโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน

5.คนไข้ที่มีประวัติโรคหัวใจ และทำการรักษาด้วยยาหลายขนาน

6.คนไข้ที่มีโรคติดเชื้อ หรือ คนไข้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ข้อควรปฎิบัติหลัง

1. เมโสแฟตควรดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 2 ลิตร เพราะไขมันเหลวที่โดนสลายด้วยการฉีดสลายไขมันจะถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยขับไขมันส่วนเกินที่สลายให้ออกจากร่างกายได้มากขึ้น
2. ช่วงที่เว้นการฉีดยาสลายไขมัน แนะนำให้ทำ RF เพื่อช่วยรีดไขมันออกจากร่างกายเร็วขึ้น และทำให้กล้ามเนื้อกระชับได้มากขึ้น ลดการหย่อนคล้อยหลังฉีด นอกจากนี้อาจจะเสริมด้วยการฉีดสลายไขมันด้วยเครื่อง Slimming Machine และการอบสลายไขมันด้วยตู้อินฟาเรด
3. เมโสอาจจะพบอาการบวมซ้ำ หรืออาการเจ็บปวดบ้างเล็กน้อย ขณะที่ทำและหลังทำ 1-3 วัน ดังนั้นควรเลียงการ เขาอบซาวน่า การนวด การดิ่มอัลกอฮอล์ หรือการทำทรีทเม้นท์ใดๆ หลังทำประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อลดการฟกซ้ำให้น้อยลง
4. ควรเดินออกกำลังกายเบาๆ หลังทำ เช่น การเดินเร็ว โยคะ แอโรบิค อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับและรีดไขมันให้ออกจากร่างกายเร็วขึ้น ลดการสะสมของไขมันใหม่ หรือ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
5. เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนัก และไขมันส่วนเกินมิให้กลับมาสะสมได้อีก เพราะการสลายไขมันด้วยการฉีดยาไร้ประโยชน์ ถ้าไม่ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และมีวินัยในการควบคุมน้ำหนักให้มากขึ้น

เพียงเข้าใจและระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน ปัญหาไขมันส่วนเกิน ก็จะไม่กลับมาทำร้ายให้เราเป็นโรคหรือขาดความมั่นใจลงไปได้อีก เพราะฉะนั้น อย่าตามใจปากกันนะ หนุ่มๆ สาวๆ ชาว พลัส


Leave a Reply

Your email address will not be published.

*